Plearn GardenPlearn Garden
Plearn GardenPlearn Garden
   

สวนเพลิน (Plearn Garden)

Download this story (PDF file)


การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพและอีกหลายๆ ชื่อมีการให้คำจำกัดความในทางวิชาการ ที่ค่อนข้าง หลากหลาย ในที่นี้ “ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ” หมายถึงสารธรรมชาติที่ได้จากกระบวนการ หมักบ่ม วัตถุดิบจากธรรมชาติต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์จนสลายตัวสมบูรณ์เป็นฮิวมัส วิตามิน ฮอร์โมน และสาร ธรรมชาติต่างๆ (ดินป่า) ซึ่งเป็นทั้งอาหารของดิน (สิ่งมีชีวิตในดิน) ตัวเร่งการทำงาน (catalyze) ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในดิน และอาศัยอยู่ปลายรากของพืช (แบคทีเรียแอคติโนมัยซิสและ เชื้อราฯลฯ) ที่สามารถสร้างธาตุอาหารกว่า 93 ชนิดให้แก่พืช ภายใต้หลักการกสิกรรมธรรมชาติ ที่ว่า “เลี้ยงดิน เพื่อให้ดินเลี้ยงพืช” (Feed the soil and let the soil feed the plant) การ ให้ความสำคัญของดินด้วยการเคารพบูชาดินเสมือน “แม่” ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการดูแลรักษาดิน ที่เรียกว่า “พระแม่ธรณี” สังคมไทยได้พัฒนาการผลิตอาหารให้แก่ดิน หรือปัจจุบันเรียกว่า “ปุ๋ย” ไว้หลายรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งแนบแน่นกับธรรมชาติ

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ พยายามรวบรวมข้อมูลประสบการณ์จากการปฏิบัติอย่างจริงจังภายใน ศูนย์กสิกรรมธรรมชาต ิมาบเอื้อง จ.ชลบุรี และเครือข่ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในภูมิภาค ต่างๆ อาทิเช่น ศูนย์เรียนรู้ชุมชนกลุ่มปุ๋ยชีวภาพ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี, งานวิชาการเกษตร ศูนย์ ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี, ศูนย์กสิกรรมสมุนไพร ไท วังจันทร์ จ.ระยอง, ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมูลนิธิใต้ร่มเย็น จ.สตูล, สวนผักปลอดสารพิษมาแซน เทพา จ.สงขลา, ชมรมกสิกรรมธรรมชาติชุมพรคาบาน่า จ.ชุมพร และโครงการส่งเสริมกสิกรรม ไร้สารพิษวังน้ำเขียว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครราชสีมาฯลฯ

สูตรปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดต่าง ๆ
ได้จากประสบการณ์ของเกษตรกร และนักวิชาการเครือข่ายต่างๆที่พัฒนามาจนได้ปุ๋ยอินทรีย์ ชีวภาพที่มีคุณภาพ ให้คุณค่าทางธาตุอาหารโดยตรงแก่พืช และกระตุ้นให้จุลินทรีย์ในดินสร้าง อาหารกว่า 93 ชนิดที่พืชต้องการ ทดแทนปุ๋ยเคมี ซึ่งมีธาตุอาหารเพียง 3 ชนิด (NPK) และได้ คุณภาพของผลผลิตที่สูงกว่า ได้รสชาติที่ดีกว่า และต้นทุนที่ต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี โดยในปัจจุบัน พบว่ามีสูตร การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพมากกว่า 100 สูตร ซึ่งมีการพัฒนาการผลิตมาช้านานแต่ ใช้อยู่ในวงจำกัด ไม่แพร่หลายเหมือนกับปุ๋ยเคมี

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
1. เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตในดิน เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และแอคติโนมัยซิส
2. ให้ธาตุอาหาร และกระตุ้นให้จุลินทรีย์สร้างอาหารกว่า 93 ชนิดแก่พืช
3. ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติ และโครงสร้างดินให้ดีขึ้น
4. ช่วยดูดซับ หรือดูดยึดธาตุอาหารไว้ให้แก่พืช
5. ช่วยปรับค่าความเป็นกรด – ด่าง (pH) ของดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของ
พืช
6. ช่วยกำจัด และต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคต่างๆ
7. ทำให้พืชสามารถสร้างพิษได้เอง สามารถต้านทานโรคและแมลงได้ดี

ปุ๋ยน้ำหมักอินทรีย์ชีวภาพ
เป็นสารละลายสีน้ำตาลข้นที่ได้จากการย่อยสลายเซลล์พืช หรือเซลล์สัตว์ โดยผ่านกระบวนการ หมักของ จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนและไม่ต้องการออกซิเจน ด้วยการเติมน้ำตาลทรายแดง หรือ กากน้ำตาล ให้เป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลาย ซึ่งมีจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรีย อาทิเช่น Bacillus sp., Lactobacillus sp., Streptococcus sp. กลุ่มเชื้อรา อาทิเช่น Aspergillus niger, Pennicillium sp., Rhizopus และ กลุ่มยีสต์ อาทิเช่น Canida sp. ฉะนั้นในน้ำสกัดอินทรีย์ชีวภาพที่ผ่านกระบวนการ ย่อยสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงประกอบด้วยจุลิ นทรีย์หลากหลายชนิด และสารประกอบจากเซล์ลพืช เซล์ลสัตว์ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดอะมิโน ธาตุอาหาร เอ็นไซม์ และฮอร์โมนพืช ในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ นำมาใช้


Back to top Back to top


ปุ๋ยอัดเม็ด

ส่วนประกอบที่ใช้ในการทำปุ๋ย
- ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน
- ดินหมัก 3 ส่วน
- ปุ๋ยขี้คน (ปุ๋ยอินเตอร์) 1 ส่วน
- แกลบดำ 1 ส่วน
- น้ำเอ็นไซม์ พอประมาณ

วัสดุการทำปุ๋ยหมัก
เศษหญ้า,เศษใบไม้แห้ง,แกลบ,ขี้ไก่-หมู-ควาย,น้ำเอ็นไซม์,กากปุ๋ยน้ำหมัก

วิธีหมัก
นำวัสดุทั้งหมดมาผสมให้เข้ากันราดน้ำเอ็นไซม์ตามลงไปผสมเสร็จ หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนใน ระหว่าง หมักเราต้องกลับปุ๋ยพลิกเอาข้างล่างขึ้นมาราดน้ำเอ็นไซม์เพื่อช่วยในการย่อยสลาย ครบ 1 เดือน เอามือล้วง เข้าไปในกองดูว่าไม่มีความร้อนแล้วนำไปใช้ได้เลย (กลับกองทุก 5 วัน)

ขั้นตอนการทำปุ๋ยอัดเม็ด
ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ปุ๋ยขี้คน 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วน ดินหมัก 3 ส่วน มาผสมให้เข้ากันราดด้วยน้ำ เอ็นไซม์ให้เปียก เอามือกำปุ๋ยดู ถ้าไม่แตกแสดงว่าใช้ได้ ถ้าแตกใส่น้ำเอ็นไซม์เข้าไปอีก ถ้าเปียก มากไปก็เพิ่ม วัสดุในอัตราส่วนที่เท่ากันเข้าไป เสร็จแล้วนำเข้าเครื่องอัดเม็ด น้ำไปผึ่งไว้ในที่ร่มให้ แห้งนำไปใช้ได้เลย
Back to top Back to top


สูตรหญ้าผสมขี้ไก่

ส่วนประกอบ
1) หญ้าสด 50 กิโลกรัม
2) ขี้ไก่ 5 กิโลกรัม
(ไม่ควรเลือกไก่ที่กินยาปฏิชีวนะเพราะจะทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่าและเป็นอันตรายต่อจุลินทรีย์ใน
ดินและที่ปลายรากพืช)

วิธีทำ
1. นำหญ้าสด 10 กิโลกรัม ใส่ลงในถังหมักพลาสติกขนาด 200 ลิตรย่ำให้แน่น
(จะสูงประมาณ 20 ซม.)
2. โรยขี้ไก่หมาดๆ 1 กิโลกรัม ทับลงบนหญ้า
3. ทำซ้ำ เช่นเดิมอีก 4 ชั้น
4. ปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม
5. บ่มไว้ประมาณ 45 วัน ขึ้นไป จะปุ๋ยน้ำเข้มข้นคุณภาพดี

วิธีใช้
1. ผสมน้ำ 1 : 200 - 500 รดราดดิน
2. ผสมน้ำ 1 : 300 - 1,000 ฉีดพ่นลำต้นและใบ
Back to top Back to top


สูตรเศษอาหาร (ปุ๋ยคน)

ส่วนประกอบ
1. เศษอาหารในครัวเรือนทุกชนิดรวมทั้งน้ำแกง น้ำพริก ผลไม้เปลือกหอยเปลือกกุ้ง
ก้างปลา หัวปลาน้ำล้างจาน เป็นต้น จำนวน 3 ส่วน
2. น้ำตาลแดงหรือกากน้ำตาล 1 ส่วน
3. น้ำสะอาด 10 ส่วน
(แล้วแต่เศษอาหารมีน้ำมากหรือไม่)
4. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 1 ส่วน

วิธีทำ
1. นำเศษอาหาร 3 ส่วน ใส่ลงในถังพลาสติก
2. ผสมน้ำกับน้ำตาลให้เข้ากัน เป็นเนื้อเดียวกัน
3. เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นผสมในน้ำและน้ำตาล
4. เททับลงในถังที่ใส่เศษอาหารให้ทั่วๆ
5. ปิดฝาให้สนิท (ไม่ให้แสง และอากาศเข้าได้)
6. บ่มทิ้งไว้ประมาณ 120 วัน จะปุ๋ยน้ำคุณภาพดีกลิ่นหอม รสเปรี้ยว (pH ประมาณ 3)
**หมายเหตุ: ปริมาณส่วนผสมต่างๆ ปรับได้ตามส่วน

วิธีใช้
1. ผสมน้ำ 1 : 100 – 400 รดราดโคน
2. ผสมน้ำ 1 : 200 – 1,000 ฉีดพ่นลำต้นและใบ
Back to top Back to top


สูตรพืชผัก

ส่วนประกอบ
1. เศษพืชผักผลไม้ทุกชนิด 3 ส่วน
2. น้ำตาลแดงหรือกากน้ำตาล 1 ส่วน
3. น้ำสะอาด 10 ส่วน
4. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 1 ส่วน

วิธีทำ
1. สับและนำเศษผักผลไม้ ใส่ในถังพลาสติก
2. ผสมน้ำกับน้ำตาลให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
3. เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น ผสมลงในน้ำและน้ำตาล
4. เททับลงบนเศษผักผลไม้ในถังให้ทั่ว
5. ใช้ไม้ไผ่ขัดกดให้เศษผักจมน้ำ
6. ปิดฝาให้สนิท ไม่ให้แสงและอากาศเข้า
7. บ่มทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 90 วันเป็นอย่างน้อย ก็จะได้ปุ๋ยน้ำคุณภาพดีกลิ่นหอม และ รสเปรี้ยว (pH 3.3) เหมาะสำหรับรดพืชผักทุกชนิด
**หมายเหตุ ถ้าต้องการรดผักชนิดไหน ให้ใช้ผักชนิดนั้นหมักเป็นหลัก รวมกับพืชผัก หรือวัชพืชที่ ชอบขึ้น ร่วมกับผักชนิดนั้น

วิธีใช้
1. ผสมน้ำ 1 : 100 รดราดดิน
2. ผสมน้ำ 1 : 200 – 400 ฉีดพ่นในและลำต้น
Back to top Back to top


สูตรหอยเชอรี่ หรือสูตรปลา

ส่วนประกอบ
1. หอยเชอรี่ หรือปลาสด 3 ส่วน
2. น้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาล 1 ส่วน
3. น้ำสะอาด 10 ส่วน
4. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 1 ส่วน

วิธีทำ
1. นำหอยเชอรี่ หรือปลามาสับ ทุบ หรือบดให้พอแหลก
2. ผสมน้ำ น้ำตาล และหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเททับลงบนหอย เชอรี่ หรือปลาในถัง
3. ใช้ไม้ไผ่ขัดกดให้หอยเชอรี่ หรือปลาจมลงในน้ำ
4. ปิดฝาให้สนิทไม่ให้แสงและอากาศเข้า บ่มทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 40 วันเป็นอย่างน้อย
**หมายเหตุ: ไม่ควรใช้สูตรหอยเชอรี่ หรือสูตรปลาเพียงอย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับสูตรพืชผัก หรือสูตรสมุนไพรด้วย
Back to top Back to top


สูตรสะสมตาดอก

ส่วนประกอบ
1. เศษพืชสด วัชพืช 1 ส่วน
2. ผลไม้ดิบ 1 ส่วน
3. ผลไม้สุก 2 ส่วน
4. เมล็ดพืช/เมล็ดวัชพืช 2 ส่วน
5. ซากสัตว์ 2 ส่วน
6. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 1 ส่วน
7. นมสด 1 ส่วน
8. ไข่ทั้งเปลือก 1 ส่วน
9. กากน้ำตาล 1 ส่วน
10. น้ำมะพร้าว 1 ส่วน

วิธีทำ
1. นำส่วนผสมที่เป็นพืชและซากสัตว์ทั้งหมดมาบดละเอียด (น้ำที่ออกมาอย่าทิ้งบรรจุลงในถังหมัก หรือ ภาชนะ ที่ไม่ใช้โลหะ)
2. นำกากน้ำตาล น้ำมะพร้าว หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น นมสด และไข่ทั้งเปลือกผสมให้เข้ากัน แล้ว เททับลง บนวัสดุที่บดละเอียด
3. คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
4. ปิดฝาถังหมักให้สนิทเก็บไว้ในที่ร่มประมาณ 90 วัน

วิธีใช้
1. ผสมน้ำ 100 ลิตร : ปุ๋ย 200 ซีซี รดราดดิน
2. ผสมน้ำ 100 ลิตร : ปุ๋ย 100 ซีซี ฉีดพ่นใบและลำต้น
Back to top Back to top


สูตรเปิดตาดอก

ส่วนประกอบ
1. ดอกไม้ตูม พร้อมเกสร 10 ส่วน
2. ผลไม้ดิบ 1 ส่วน
3. ผลไม้สุก 10 ส่วน
4. เมล็ดพืช 1 ส่วน
5. ซากสัตว์ 10 ส่วน
6. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 5 ส่วน
7. นมสด 5 ส่วน
8. ไข่ทั้งเปลือก 5 ส่วน
9. กากน้ำตาล 5 ส่วน
10. น้ำมะพร้าว 5 ส่วน

วิธีทำ
1. นำวัสดุส่วนผสมทั้งหมดบดป่นละเอียด แล้วเทลงในถังหมัก
2. นำกากน้ำตาล น้ำมะพร้าว หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น นมสดและไข่ทั้งเปลือกผสมให้เข้ากัน แล้วทับลงบนวัสดุ ที่บดละเอียด
3. คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
4. ปิดฝาถังหมักให้สนิทเก็บไว้ในที่ร่มประมาณ 90 วัน

วิธีใช้
1. ผสมน้ำ 100 ลิตร : ปุ๋ย 200 ซีซี รดราดดิน
2. ผสมน้ำ 100 ลิตร : ปุ๋ย 100 ซีซี ฉีดพ่นใบและลำต้น
Back to top Back to top


ปุ๋ยหมักแห้งอินทรีย์ชีวภาพ (ชนิดผง)

เป็นปุ๋ยที่ได้จากการนำมูลสัตว์ชนิดต่าง ๆ มาผสมคลุกเคล้ากับขี้เถ้าแกลบ กากอ้อย รำข้าว และเศษ ซากพืชต่าง ๆ โดยใช้น้ำตาล และหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลาย เมื่อหมัก และย่อย สลายจนสมบูรณ์แล้ว จะได้ปุ๋ยหมักแห้งอินทรีย์ชีวภาพที่มีคุณภาพซึ่งส่วนผสมต่าง ๆ สามารถดัดแปลงได้ ตามวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ

สูตรมูลสัตว์

ส่วนประกอบ
1. มูลสัตว์
2. แกลบ เศษใบไม้ หรือซังข้าวโพด
3. ขี้เถ้าแกลบ
4. รำอ่อน
5. น้ำสะอาด
(ถ้าวัตถุดิบแห้งมาก ก็สามารถเพิ่มปริมาณขึ้นได้)
6. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น

วิธีทำ
1. นำมูลสัตว์ แกลบ ขี้เถ้าแกลบ และรำอ่อนมาผสมคลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
2. ผสมน้ำ กับหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นให้เข้ากัน รดลงบนกองวัสดุและทำการผสมให้เข้ากันจนมี ความชื้น ประมาณ 35% (โดยทดลองกำดู) จะสามารถเกาะกันเป็นก้อนได้แต่ไม่เหนียว และ เมื่อปล่อยทิ้ง ลงพื้นจากความสูงประมาณ 1 เมตร ก้อนปุ๋ยจะแตกแตย่ ังมีรอยนิ้วมือเหลืออยู ?
3. คลุกเคล้าให้เข้ากันดี ตักปุ๋ยใส่กระสอบ และมัดปากถุงให้แน่น
4. กองกระสอบปุ๋ยซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ และควรวางกระสอบแต่ละตั้งให้ห่างกัน เพื่อให้ความร้อน สามารถระบาย ออกได้ทั้ง 4 ด้าน (เพื่อไม่ต้องกลับกระสอบ ทุกวัน)
5. ทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน ตรวจดูถ้ามีกลิ่นหอมและไม่มีไอร้อน ก็สามารถนำไปใช้งานได้และ สามารถเก็บ รักษาไว้ได้นาน

วิธีใช้
ควรใช้ตั้งแต่ในขั้นตอนของการเตรียมดิน โดยผสมคลุกเคล้ากับดินในแปลง เสร็จแล้ว คลุมดินด้วย ฟาง ใบไม้ หรือกิ่งไม้ และควรหมักดินทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน จึงจะเริ่มลงมือปลูกพืช (ในกรณีที่เป็น นาข้าว พืชไร่ และพืชผัก)

อัตราการใช้

1. นาข้าว 200 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่
2. พืชไร่ พืชผัก 2 กำมือ ต่อ 1 ตารางเมตร
3. ไม้ยืนต้น พืชสวน 1 กิโลกรัม ต่อ 1 ตารางเมตร

ข้อแนะนำ
ในการใช้ปุ๋ยหมักแห้งอินทรีย์ชีวภาพให้ได้ผลดีนั้น หลังจากหว่าน หรือคลุกผสมปุ๋ยหมักแห้งกับดิน แล้ว ควรคลุมดินด้วยฟางเศษหญ้า หรือเศษใบไม้ต่างๆ จากนั้นใช้ปุ๋ยน้ำหมักอินทรีย์ชีวภาพ รด ราดลงไป ในอัตราส่วน 1 : 200 จะช่วยให้ดินร่วนซุย และฟูขึ้นทำให้รากพืชเติบโตได้ดี
Back to top Back to top


ปุ๋ยเม็ดอินทรีย์ชีวภาพ

จุดประสงค์ของการปั้นเม็ดก็เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา สะดวกต่อการเก็บและการใช้งาน โดยการ ทำปุ๋ยเม็ดนั้น จะต้องมีอุปกรณ์และเครื่องจักรกลเข้ามาเพิ่มเติม จึงไม่สามารถที่จะทำในระดับ ครัวเรือนได้เพราะลงทุนสูง โดยไม่จำเป็น

ส่วนประกอบ
1. ปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพ (ชนิดผง) 700 กิโลกรัม
2. มูลไก่/มูลวัว/มูลค้างคาว 100 กิโลกรัม
3. ดินฟอสเฟต 200 กิโลกรัม
4. ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพสูตรหอย กุ้ง ปู 30 ลิตร
5. ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพสูตรหญ้า ข้าว มูลไก่ 20 ลิตร
6. น้ำสะอาด 50 ลิตร

วิธีทำ
1. นำปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพ มูลสัตว์ดินฟอสเฟต มาบดให้ละเอียด
2. ผสมปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพสูตรหอย กุ้ง ปู สูตรหญ้า ข้าว มูลไก่ และน้ำสะอาดคนให้เข้ากัน
3. นำปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพ มูลสัตว์ และดินฟอสเฟตที่บดละเอียดแล้วมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. เอาส่วนผสมทั้งอย่างแห้ง และอย่างน้ำมาผสมกันให้มีความชื้นพอเหมาะสำหรับการปั้นเม็ด
5. นำส่วนผสมที่ได้เข้าเครื่องปั้นเม็ดปุ๋ย และอบแห้งด้วยความร้อนประมาณ 40-60 องศา เซลเซียส จนมีความ ชื้นประมาณ 9-12%
6. บรรจุปุ๋ยเม็ดอินทรีย์ชีวภาพลงกระสอบ เพื่อนำไปเก็บ (ควรเก็บไว้ในที่ร่ม อากาศแห้งและถ่ายเทสะดวก)

อัตราการใช้
1. นาข้าว 50 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่
2. พืชไร่ พืชผัก 100-200 กรัม ต่อ 1 ตารางเมตร
3. ไม้ยืนต้น พืชสวน 100-200 กรัม ต่อ 1 ตารางเมตร

ข้อแนะนำ
ในการใช้ปุ๋ยหมักแห้งอินทรีย์ชีวภาพให้ได้ผลดีนั้น หลังจากหว่าน หรือคลุกผสมปุ๋ยหมักแห้งกับดิน แล้ว ควรคลุมดินด้วยฟางเศษหญ้า หรือเศษใบไม้ต่างๆ จากนั้นใช้ปุ๋ยน้ำหมักอินทรีย์ชีวภาพ รดราดลงไป ในอัตราส่วน 1 : 200 จะช่วยให้ดินร่วนซุย และฟูขึ้นทำให้รากพืชเติบโตได้ดี
Back to top Back to top


ไบโอดีเซล



สูตรการทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืช, สัตว์ที่ใช้แล้ว
ควรสวมถุงมือ ผ้าปิดปาก จมูกและผ้ากันเปื้อน เพื่อความปลอดภัย

น้ำมันพืช , สัตว์ (โซดาไฟ) (กรัม)
(ลิตร)
เมธิลแอลกอฮอล์ (เมธานอล)
(ลิตร)
โซเดียมไฮดรอกไซด์
น้ำมันพืช , สัตว์ (โซดาไฟ) (กรัม)
อัตราคำนวณ (15-20 % ) อัตราคำนวณ (6-6.25 %)
120 24 800
75 15 500
60 12 400
30 6 200
25 5 150
7.5 1.5 50
3.75 0.75 25

วิธีการทำไบโอดีเซล
1. นำน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ที่ใช้แล้ว กรองเอาเศษอาหารที่ปนออก แล้วยกขึ้นตั้งไฟ
- หากมีน้ำผสมอยู่ในน้ำมัน (ลักษณะขาวข้น) ต้องต้มน้ำมันในอุณหภูมิประมาณ 110 องศา นานประมาณ 10 นาที แล้วดับไฟ (ขณะต้มจะมีฟองน้ำผุดขึ้น และมีเสียงดังที่ ก้นหม้อ)
- หากไม่มีน้ำปน (น้ำมันมีลักษณะใส) ต้มน้ำมันที่อุณหภูมิ 57 องศา แล้วดับไฟ ความ ร้อนจะขึ้นถึง 60 องศา
2. นำเมธิลแอลกอฮอล์ ใส่ลงในภาชนะคล้ายแกลลอนที่มีฝาปิด และนำโซดาไฟใส่ลงไป ปิด ฝาแล้วเขย่า จนละลายหมด ณ เวลาใกล้เคียงกับน้ำมันอุณหภูมิ 60 องศา (ระหว่าง เขย่า ควรหยุดเปิดฝาคลายให้ ไอร้อนระเหย และอย่าทำให้เกิดประกายไฟ ควรทำใน สถานที่อากาศถ่ายเทได้ดี (หากมีการสัมผัสให้ล้างน้ำ สะอาดทันที)
3. เมื่ออุณหภูมิน้ำมันที่ต้ม 60 องศาพอดี ให้ยกน้ำมันลงจากเตา แล้วนำส่วนผสมของ ข้อ 2. มาผสมลง แล้วกวนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน พักทิ้งไว้ค้างคืน
4. ตอนเช้าจะพบว่ามีฝ้าลอยอยู่บนผิวหน้าให้ตักออก แล้วตักของเหลวใสด้านบน (ไบโอดีเซล) ตักพักไว้ ประมาณ 7 วัน ค่อยนำมาใช้เติมเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซล ส่วนชั้น ล่างเป็นของแข็งสีน้ำตาลคือกลีเซอรีน สามารถนำไป ทำเป็นสบู่ธรรมชาติเพื่อใช้ล้างทำความสะอาดพื้นหรือทำเป็นเชื้อเพลิงติดไฟ เมื่อผสมส่วนผสมเข้ากันแล้ว หลังจาก กวนส่วนผสม

ผลที่ได้คือ
- ได้เป็นของเหลวคล้ายเจลโดยไม่มีการแตกตัว หมายความว่า โซดาไฟมากไป
- ได้เป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนบน = ไบโอดีเซล
ส่วนกลาง = น้ำมันที่ยังไม่ทำปฏิกิริยา
ส่วนล่าง = กลีเซอรีน
ควรทดสอบหาค่าของโซดาไฟตามความเหมาะสมของน้ำมันแต่ละแหล่งที่ได้มา ในจำนวนที่น้อย